Charoennakorn 30 Branch TEL. 02-438-5687 Suksawasdi 27 Branch TEL. 02-427-0403 Bangkok-Nontaburi 2 Branch TEL. 02 -965-1525 TH EH CH
face and hands of beautiful woman

Skin booster

เมื่ออายุมากขึ้น ผิวและเซลล์อื่นๆ ในธรรมชาติก็มีอายุมากขึ้น บ้างก็เหี่ยวเฉา บ้างก็ล้มตายตามรอบอายุวงจรของผิวหนัง ทำให้เกิดริ้วรอยและความแห้งกร้าน ซึ่งคนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงสาเหตุของริ้วรอย ความหย่อนยาน ความหมองคล้ำของผิว หรือผิวขาดความชุ่มชื้น มาจากการขาดคอลลาเจนเท่านั้น ซึ่งถูกต้องเพียงบางส่วน  คอลลาเจนนั้นเป็นส่วนประกอบในผิวหนังคนเราเพียง 10 % เท่านั้น สิ่งที่มีส่วนสำคัญในการสร้างความเปล่งปลั่งสดใส ชุ่มชื้น มีชีวิตชีวาให้กับผิว แท้จริงแล้วยังมีสารสำคัญอีกตัวคือ กรดไฮยาลูรอนิค (Hyaluronic Acid หรือ HA)

Hyaluronic Acid หรือ HA คือกรดที่ร่างกายของเราผลิตขึ้นมา มีอยู่ทั่วไปตามร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณจุดเชื่อมต่อระหว่างอวัยวะและเซลล์ เพื่อเพิ่มความต้านทานต่อการเสียดสีและเพิ่มความยืดหยุ่น สำหรับผิวหน้าของเรานั้น ในผิวหนังคนเราประกอบไปด้วยกรดไฮยาลูรอนิคถึง 80% ซึ่งถูกผลิตขึ้นและอยู่ในบริเวณผิวหนังชั้น Dermis (ผิวชั้นล่าง) เป็นสารที่มีคุณสมบัติอมน้ำหรืออุ้มน้ำ ทำหน้าที่คอยยึดจับโปรตีนคอลลาเจนเข้าไว้ด้วยกัน ถ้าหากมี Hyaluronic Acid (HA)ที่สมบูรณ์ ก็จะช่วยให้ผิวหนังสามารถเก็บกักความชุ่มชื้นได้มากกว่า และยังช่วยกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ ให้สร้างคอลลาเจนออกมาเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ผิวหนังดูเรียบเนียน ผิวนุ่ม ชุ่มชื้น ริ้วรอยเล็กๆดูจางลง รูขุมขนดูกระชับขึ้น

เมื่ออายุมากขึ้นตั้งแต่ 30-40 ปีขึ้นไป การผลิตกรดไฮยาลูรอนิคตามธรรมชาติจะลดน้อยลง ส่งผลให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นผิวแห้งและขาดความยืดหยุ่น และอาจจะพบริ้วรอยที่จะเพิ่มมากขึ้นและความแก่ชราก็จะปรากฏชัดขึ้น ในปัจจุบัน มีวิธีทางการแพทย์ที่ช่วยเพิ่มสารน้ำให้กับผิวได้ง่ายๆ เรียกว่า Skin Booster ได้ผลชัดเจน เห็นผลทันทีหลังการรักษาโดยใช้วิธีการฉีดสารน้ำหรือ Hyaluronic Acid (HA) ลงไปในชั้นผิวกระจายทั่วใบหน้า ทำให้เซลล์ใต้ชั้นผิวหนังที่ดูแห้งเหี่ยวกลับมาเรียบเนียน ผิวนุ่ม ชุ่มชื้น ริ้วรอยเล็กๆ ดูจางลง รูขุมขนดูกระชับขึ้น

การเตรียมตัวก่อนทำการรักษาโดยวิธี Skin Booster

  1. งดดื่ม เครื่องดื่มที่มีalcohol24ชม. ก่อนและหลังรักษาโดยเทคนิคSkin booster
  2. งดรับประทานยาที่ทำให้เลือด ออกง่าย หรือ ยากลุ่มยับยั้งการแข็งตัวของเลือด เช่น NSAIDs(ASA,Brufen,Ibuprofen,Diclofenac) , Warfarin หากจำเป็นต้องรับประทานควรแจ้งแพทย์ก่อนใช้เทคนิค Skin Booster

วิธีการรักษา

แพทย์จะใช้อุปกรณ์ซึ่งเป็นเข็มเล็กๆสอดเข้าใต้ผิวหนัง  ด้วยขั้นตอนปลอดเชื้อ

 

 

การปฏิบัติตัวหลังจากเข้ารับการรักษาโดยการใช้เทคนิค Skin Booster

  1. รับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง เช่น ยาแก้ปวด ยาฆ่าเชื้อ (บางกรณี)
  2. อาการปวดเกิดขึ้นได้หายเองภายใน 24 ชั่วโมง การใช้น้ำแข็งประคบ จะช่วยให้อาการปวดทุเลาได้เร็วขึ้น

ผลการรักษา

  1. ระยะแรก1-7วันหลังจากรักษาโดย Skin booster ผิวหนังจะตึง ชุ่มชื้น
  2. ระยะที่สอง 7-28วันหลังจากการรักษา อัตราการสร้างตัวของเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังจะมีการสร้างเพิ่มขึ้น หลุมสิวตื้นขึ้น ความกว้างรูขุมขนลดลง ผิวเปล่งปลั่ง
  3. ระยะคงที่ 28-180 วัน อัตราการสร้างเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังจะลดลง บางส่วนที่ยังไม่ถูกแก้ไขอาจต้องมีการรักษาซ้ำ
  4. ระยะการลดลงของการสร้างเนื้อเยื่อ ซึ่งเป็นไปตามความเสื่อมของร่างกายเกิดขึ้นหลังจากการรักษาด้วยเทคนิคนี้ไปแล้ว 180 วัน อาจตัองทำการรักษาเพิ่มเติมเพื่อแก้ไขปัญหาที่ตกค้าง

ผลข้างเคียง (Side effect)

  1. บริเวณที่ฉีดมีอาการบวม แดงร้อน คัน ปวด หรือสีไม่สม่ำเสมอได้เล็กน้อย ซึ่งอาการที่กล่าวมานี้สามารถหายไปได้เองภายใน 1-2 วัน
  2. คลำได้ก้อนเล็กๆใต้ผิวหนังจากฉีดในคนไข้บางรายซึ่งอาการนี้สามารถหายไปได้เองภายใน 1-2 วัน
  3. อาการแพ้สารที่ฉีดเข้าไปพบได้ค่อนข้างน้อยอัตราส่วน 1 ต่อ 10000 ราย ซึ่งอาการส่วนใหญ่มักไม่รุนแรง มักพบอาการบวมเป็นส่วนมาก
  4. อาการผิวแดงขึ้น ปวด และมีตุ่มสิวขึ้น(Acneiform papules)นั้นพบได้น้อยมาก ซึ่งพบทันทีหลังฉีด และพบหลังฉีด 2-4 สัปดาห์ อาการค่อนข้างเล็กน้อยถึงปานกลาง ซึ่งส่วนมากหายได้เองในระยะเวลาเฉลี่ย 2 สัปดาห์
  5. มีรายงานพบคนไข้มีอาการคัน มีก้อน (Granuloma formation) และผิวหนังส่วนบนตาย อาการดังกล่าวนี้พบได้น้อยมาก อัตราส่วน 1 ต่อ 15000 ราย

อ่านเพิ่มเติมskin booster

พี.พอลล่า คลินิกศูนย์ ‪#‎โรคสะเก็ดเงิน‬ ‪#‎ฉีดโบท็อกซ์‬

ปรึกษาฟรีไลน์piti2497 สอบถาม093 939 6678/081 559 5963
www.facebook.com/PPaulaSkinAntiAgingCenter