Charoennakorn 30 Branch TEL. 02-438-5687 Suksawasdi 27 Branch TEL. 02-427-0403 Bangkok-Nontaburi 2 Branch TEL. 02 -965-1525 TH EH CH

       HERPES-ZOSTER-400x313 Shingles

โรคงูสวัด

งูสวัด (Herpes zoster) เป็นโรคซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัสตัวเดียวกับอีสุกอีใส แต่ว่าถ้าเป็นครั้งแรกจะเกิดเป็นอีสุกอีใส หลังจากนั้นเชื้อจะไชฝังตัวอยู่บริเวณปมประสาท โดยอยู่อย่างสงบ แต่เมื่อใดก็ตามที่ร่างกายมีภูมิต้านทานต่ำ เช่นได้รับยากดภูมิต้านทาน เป็นโรคมะเร็ง หรือถูกกระทบกระเทือนบริเวณนั้น ไวรัสจะเริ่มแบ่งตัวอย่างรวดเร็วจนทำให้เกิดเป็นตุ่มน้ำใสเรียงตามแนวเส้นประสาท โดยมักเป็นข้างเดียว ร่วมกับมีอาการปวดแสบปวดร้อน

ในกรณีที่มีอายุมากหรือผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวี (HIV) พบว่าอาการงูสวัดจะรุนแรงถ้าสงสัยอย่าลืมไปเจาะเลือดนะครับ งูสวัดเป็นโรคที่พบบ่อย บางวันผู้เขียนสามารถพบผู้ป่วยจำนวนหลายรายเลยทีเดียว

                อาการ

ดังได้กล่าวมาแล้วว่า โรคนี้เป็นไวรัสตัวเดียวกับอีสุกอีใส แต่พบว่าคนที่เป็นอีสุกอีใสแล้วจะเป็นงูสวัดเพียงร้อยละ 1-2 เท่านั้น สำหรับอาการของงูสวัดมักเป็นอยู่นาน 2-4 สัปดาห์ และเมื่อมีอาการควรรีบไปพบแพทย์ อย่ารักษาเองนะครับ ผู้เขียนเคยพบคนไข้เป็นจำนวนมากชอบรักษางูสวัดด้วยตนเอง โดยเอาสมุนไพรพอกบริเวณที่เป็น ทำให้หลายรายมีอาการติดเชื้อเน่าและส่งกลิ่นเหม็นอย่างรุนแรง โดยเฉพาะผู้สูงอายุ และพบว่าผู้เป็นโรคเอดส์จะพบอาการผื่นผิวหนังของงูสวัดค่อนข้างรุนแรงและปวดอย่างมากเช่นกัน

พบว่าอาการปวดบริเวณเส้นประสาทสามารถพบเป็นอาการแทรกซ้อนได้บ่อยที่สุด โดยมีอาการปวดนานเป็นเดือน บางรายปวดนานเป็นปี โดยพบว่าผลแทรกซ้อนเหล่านี้จะพบมากขึ้นในผู้สูงอายุที่ไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง เปอร์เซ็นต์ของอาการปวดเส้นประสาทสามารถคำนวณได้จากอายุ แล้วลบด้วย 10 จึงออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์ของอาการปวดภายภายหลังจากที่หายจากงูสวัดแล้ว

ตัวอย่างเช่น อายุ 70 ปี จะมีโอกาสปวดเส้นประสาทหลังจากหายจากอาการงูสวัดถึงร้อยละ 60 นอกจากนั้นอาจพบอาการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน ซึ่งเมื่อแผลหายแล้วมักเกิดเป็นแผลเป็น ถ้าเกิดบริเวณตาสามารถทำให้ตาอักเสบหรือเกิดแผลบริเวณแก้วตาได้และในรายที่เป็นรุนแรงมากจะมีการแพร่กระจายของงูสวัด โดยมีการกระจายสู่สมองและอวัยวะภายในระบบอื่นๆ ของร่างกาย

                การรักษา

แพทย์มักจะรักษาตามอาการ เช่น ใช้น้ำยาบอริก 3% ประคบ รับประทานยาแก้ปวด ยาปฏิชีวนะ และยาฆ่าเชื้อไวรัสที่ชื่อ “อะไซโคลเวียร์ (acyclovir)” ซึ่งแพทย์จะให้ในผู้ป่วยที่ติดเชื้อรุนแรง เป็นมาก และพวกที่ลุกลามเข้าสู่บริเวณนัยน์ตา หรือผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง แต่ปัจจุบันนี้แม้ว่าอาการจะเป็นไม่มากก็นิยมให้ยาตัวนี้ โดยเฉพาะในระยะเริ่มแรกของโรค เพราะเชื่อว่าสามารถจะป้องกันอาการปวดเส้นประสาทหลังจากงูสวัดหายแล้ว และเมื่อรับประทานยานี้ควรดื่มน้ำตามมากๆ และบางครั้งอาจต้องให้สตีรอยด์ร่วมในรายที่มีอาการปวดอย่างมาก

อาการปวดที่เกิดขึ้นหลังจากที่ป่วยเป็นงูสวัด แพทย์อาจให้ยาแก้ปวด ยานอนหลับ ยาต้านการซึมเศร้า โดยจะรักษาตามอาการ บางรายที่ยังปวดมากอาจต้องฉีดสารสตีรอยด์เข้าไปยังบริเวณที่ปวด สำหรับสมุนไพรไทยที่นิยมใช้คือ เสลดพังพอน ซึ่งเชื่อว่าสามารถใช้ลดอาการของงูสวัดได้ในบางราย

ท่านผู้อ่านเห็นไหมครับว่าโรคนี้วินิจฉัยได้ไม่ยาก เพราะว่าส่วนใหญ่คนไข้มักจะบอกถูกว่าเขาสงสัยจะเป็นงูสวัด ซึ่งถ้าเป็นควรรีบไปพบแพทย์ดีกว่า ไม่เช่นนั้นผลแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นจากอาการปวดจะคงอยู่กับเราไปอีกนาน ส่งผลให้สุขภาพจิตเสีย บางรายเกิดอาการซึมเศร้า ซึ่งไม่คุ้มค่าเลยนะครับ …